กัลปพฤกษ์

 “กัลปพฤกษ์”
ชื่อสามัญ : Wishing Tree , Pink Shower
                กัลปพฤกษ์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง และจัดเป็นไม้ดอกประดับชนิดหนึ่ง เพราะดอกกัลปพฤกษ์ ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ แต่จำนวนช่อดอกมาก ด้วยสีชมพูสลับกับสีขาวที่สวยงาม จนได้สมญานามว่า ดอกซากุระเมืองไทย

ความเชื่อและความเป็นมงคล

               ตามความเชื่อของคนไทย ตั้งแต่โบราณที่เชื่อว่า บ้านใดปลูกต้น “กัลปพฤกษ์” ไว้ประจำบ้าน แล้วจะช่วยทำให้เกิดความประสบผลสำเร็จในชีวิต เพราะต้นกัลปพฤกษ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และความอิสระ และยังเชื่ออีกว่า ต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้ของเทพเจ้าด้วย

การปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย
               ควรปลูกต้นกัลปพฤกษ์ ไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่า การปลูกไม้มีคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ และถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น ผู้ที่ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ และเป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดีนั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของ "กัลปพฤกษ์"

ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร บริเวณเปลือกต้นมีสำน้ำตาล พบได้มากทางภาคอีสาน และภาคเหนือ แตกกิ่งในระดับต่ำ ทอดกิ่งในแนวตั้งขึ้นด้านบน มีทรงพุ่มโปร่ง ไม่หนาทึบ ยอดอ่อน และกิ่งอ่อนมีขนปกคลุมหนาแน่น

ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ซึ่งขึ้นเรียงสลับตามกิ่ง มีใบย่อยประมาณ 5-15 คู่ และกว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ใบมีลักษณะรูปไข่ ปลายใบกลม ฐานใบมน และขอบใบเรียบ และอาจพบติ่งสั้นๆ บริเวณปลายใบ แผ่นใบมีขนละเอียดปกคลุมทั้งสองด้าน

ดอก
ดอกจะออกเป็นช่อตามซอกใบ มีความยาว 5-15 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 ซม. ซึ่งจะออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ดอกจะแทงออกเรื่อยๆ จนทั่วกิ่ง ดอกตูมของกัลปพฤกษ์จะมีสีชมพูอ่อน เมื่อดอกบานมีสีชมพู และค่อยเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยงสีแดงเข้ม และบานเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว

ผล
เป็นฝักกลมสีดำ มีความยาวประมาณ 25 – 60 ซม. มีลักษณะกลมยาวคล้ายฝักคูน แต่มีขนาดเล็กกว่า ฝักอ่อนมีสีเขียว มีขนนุ่มสีเทาปกคลุม เมื่อแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นเทาดำ และมีสีดำมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแก่จัดจนถึงฝักร่วง แต่ละฝักจะมีเมล็ดประมาณ 30-40 เมล็ด

การปลูกกัลปพฤกษ์


การปลูก และขยายพันธุ์ นิยมปลูกด้วยเมล็ด ที่สามารถเก็บได้จากฝักแก่บนต้น หรือ ฝักที่ร่วง หรือจะเลือกปลูก และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอน ซึ่งจะได้ต้นใหม่ที่ไม่สูง แต่ก็เป็นวิธีที่นิยมเช่นกัน เนื่องจากลำต้นไม่สูงมาก แต่มักมีอายุน้อย แต่ทนต่อสภาพแวดล้อมน้อยการปลูกด้วยเมล็ด

การเลือกฝักมาเพาะเมล็ด

– ควรเลือกต้นที่สมบูรณ์ ไม่มีรอยโรค ลำต้นมีกิ่งมาก ดอกมาก และฝักต้องอวบใหญ่ และกลมสม่ำเสมอตลอดทั้งฝัก

– ต้องเลือกเมล็ดที่อวบใหญ่ โดยนำมาทดสอบด้วยการแช่น้ำ เมล็ดที่จมน้ำ ถือว่าเป็นเมล็ดที่ดี

– การเพาะเมล็ด ให้เพาะในถุงเพาะชำ ผสมดิน + ปุ๋ยคอก หรือวัสดุเกษตรอินทรีย์อื่นๆ อัตราส่วนดิน : วัสดุผสม คือ 1 : 2

* หากต้องการให้เมล็ดงอกเร็ว แนะนำให้แช่เมล็ดในน้ำร้อน นาน 1-2 นาที ก่อนลงเพาะ

ว่านเสน่ห์จันทร์แดงว่านเสน่ห์จันทร์แดง

ว่านเสน่ห์จันทร์แดงชื่อสามัญ : King of Hearts                   เสน่ห์จันทร์แดง เป็นพืชท้องถิ่นในเขตร้อนชื้นของเอเซีย และอเมริกา มีการทดลองนำต้นเสน่ห์จันทร์แดง มาทดสอบด้วยชุดทดลองในห้องที่มีสารเบนซีน หรือสารก่อมะเร็ง ผลปรากฏว่า เสน่ห์จันทร์แดงสามารถลดปริมาณเบนซีน ให้ลดลงจนอยู่ในค่ามาตรฐานในระดับที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบกับห้องที่ไม่มีต้นเสน่ห์จันทร์แดง ความเชื่อและความเป็นมงคล ว่านเสน่ห์จันทร์แดง ปลูกเป็นไม้มงคลตามความเชื่อที่ว่า เป็นว่านเมตตามหานิยม เสริมโชคเสริมลาภ ผู้ใดปลูก ผู้นั้นจะเป็นผู้ที่มีคนนิยมชมชอบ

โป๊ยเซียนโป๊ยเซียน

โป๊ยเซียน                นักพฤกษศาสตร์ยืนยันว่า โป๊ยเซียน มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่เกาะมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่นิยม ปลูกในประเทศจีนมาหลายพันปีจนปัจจุบัน เหตุที่ชาวจีนนับถือต้นโป๊ยเซียน เนื่องจาก คำว่า “โป๊ยเซียน” ที่ชาวจีนนำมาตั้งเป็นชื่อต้นไม้ชนิดนี้ คือชื่อของผู้วิเศษที่มีชื่อเสียงทั้งแปดของชาวจีน ซึ่งความหมายถึงเทพเจ้าหรือผู้วิเศษ 8 องค์ที่คอยคุ้มครองโลกมนุษย์ ซึ่งเทพเจ้าทั้ง 8 องค์นี้จะอยู่ด้วยกันเสมอ จะขาดองค์ใดองค์หนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นเทพที่มีหน้าที่คุ้มครองและช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เทพเจ้าทั้ง 8 องค์ได้แก่

ต้นนนางกวักต้นนนางกวัก

ต้นนางกวัก ต้นนางกวัก ต้นไม้มงคลที่โบราณเชื่อว่าจะช่วยนำเงินทองมาให้เจ้าของบ้าน และให้ผู้อยู่อาศัยให้ร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะช่วยกวักเงิน กวักทอง และช่วยกวักโชคลาภให้เข้ามาในบ้าน ส่วนใหญ่หลายๆ บ้าน ก็จะปลูกต้นนางกวักไว้เป็นไม้ประดับติดสวน เพราะนอกจากช่วยเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้บ้านดูสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ลักษณะของต้นนางกวัก ต้นนางกวัก เป็นพืชไม้ล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน ก้านตั้งตรง โผล่ขึ้นมาเป็นกาบใบ อวบ มีความหนาประมาณ 3-6 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 20-85 เซนติเมตร สามารถแตกหน่อโตเป็นต้นใหม่ได้เรื่อยๆ ใบมีลักษณะคล้ายใบโพธิ์ ปลายใบเรียวแหลม ความกว้าง