ดอกสแตติส (Statice)

ดอกสแตติส
ชื่อสามัญ : Statice
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Limonium spp.
                  ดอกสแตติส มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อยู่ในทุ่งกว้างที่มีน้ำเค็มไปถึง จึงมีชื่ออีกชื่อว่า “Sea Lavender” ปลูกตามริมทะเลจะเติบโตดีมาก
เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงาม และยังคงรูปอยู่ได้ แม้ดอกไม้จะแห้ง จึงนิยมนำไปแซมกับดอกไม้ใหญ่ๆ เพื่อใช้ในพิธีต่างๆ อย่างเช่น งานแต่ง ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้ เป็นดอกไม้เมืองหนาว จึงไม่ค่อยถูกกับแสงแดด หากตากแดดเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ดอกซีดลง และขาดน้ำได้

ความหมาย และความเป็นมงคล

ดอกสแตติส สื่อถึงความทรงจำ เนื่องจากดอกไม้มีความสวยงาม และคงรูปอยู่ได้นาน แม้ดอกไม้จะแห้งไปแล้ว เหมาะสำหรับการให้ในการนัดเดท วันครบรอบ รวมถึงโอกาสพิเศษ ที่แสดงให้รู้ว่า “ความรู้สึกดี ๆ แบบนี้ จะคงอยู่ตลอดไป”

ลักษณะทั่วไปของ " ดอกสแตติส "

ลำต้น : ต้นเป็นกอเตี้ยแนบติดดินสูง 1 – 3 ฟุตแผ่พุ่มได้ 12 – 18 นิ้ว ก้านดอกตั้งตรง มีความยาว 18 นิ้ว ก้านดอกแตกแขนง มีปีกแบนขนาบทั่วทั้งกิ่ง

ใบ : ใบแบนยาวสีเขียวอ่อน ขอบใบหยัก

ดอก : ดอกเป็นรูปกรวย อยู่รวมเป็นช่อ ดอกจริงมีขนาดเล็ก เนื้อกลีบคล้ายกระดาษสี ส่วนกลีบดอกประดับ มีสีต่างๆ ตามพันธุ์ เช่น สีขาว เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง และม่วงอมฟ้า

สายพันธุ์ " ดอกสแตติส "

สายพันธุ์ ที่นิยมปลูกเพื่อการค้าในปัจจุบัน ได้แก่

1. Limonium sinuatum (L.) Mill
มีดอกจริงสีขาว – เหลืองนวล ส่วนกลีบดอกประดีบ มีสีม่วง – สีชมพู

2. Limonium caspium (Willd.) Gams.
มีดอกจริงสีขาว กลีบประดับสีม่วงอ่อน ดอกมีขนาดเล็ก จึงนิยมนำมาแซมรวมกับดอกไม้ชนิดอื่นๆ

3. Limonium tetragonum (Thumb.) Bullock.
มีดอกจริงสีขาว ส่วนกลีบประดับสีเหลืองอ่อน

การขยายพันธุ์
– เพาะเมล็ด

การปลูกและการดูแลรักษา

  1. ควรตัดดอกเมื่อดอกจริงสีขาวเริ่มเห็นสี และกลีบประดับยังมีสีเข้ม หากบานเกินไป ดอกจะร่วงและมีสีซีด
  2. การทำดอกไม้แห้ง
         – ควรเก็บดอกในวันที่แดดจัด หลังจากที่น้ำค้างแห้งไปแล้วนำมามัดรวมกันแล้วนำมาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
         – นำมาแขวนห้อยหัวลงเพื่อให้ได้ก้านดอกตรง
         – บริเวณที่ทำให้ดอกแห้งควรมืด มีอากาศอุ่นและแห้ง ดอกจะแห้งด้วยลม ประมาณ 2 สัปดาห์ และจะยังคงสีสดอยู่

เช็คราคาดอกสแตติส

ได้ที่ lallabyflowershop เว็บไซต์ : http://lallabyflowershop.com

กฤษณากฤษณา

กฤษณา ไม้กฤษณา  ต้นไม้หอม ไม้กฤษณาตอนที่ยังไม่เกิดบาดแผลจะมีเนื้อไม้สีขาว แต่เมื่อเกิดบาดแผลแล้ว ก็จะมีน้ำมันสีดำเกิดขึ้น และขยายวงกว้างออกไป เมื่อทิ้งไว้หลายปี จนเป็นสีดำสนิท หรือสีน้ำตาล จะกลายเป็นไม้กฤษณาเกรดดี ราคาสูงราวๆ หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว ประวัติความเป็นมา ไม้หอมกฤษณา เป็นไม้หอมที่มีคุณค่ามาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในของหอมธรรมชาติ 4 อย่าง เรียกว่า จตุชาติสุคนธ์ ซึงใช้เผาและประพรมในพิธีกรรมต่างๆ เป็นเครื่องประทินผิว และใช้เข้าเครื่องยาหอมมาแต่อดีต พระเจ้ากรุงสยาม คือ พระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้ผูกขาดการค้าไม้กฤษณาให้ซื้อขายจากหลวง ทำรายได้แก่ประเทศชาติมาหลายยุคหลายสมัย ต่อมาจึงถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 4

มะขามมะขาม

มะขามชื่อสามัญ Tamarind , Indian Date               มะขาม เป็นไม้เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกาแถบประเทศซูดาน, ประเทศแคเมอรูน, ประเทศไนจีเรีย, ประเทศเคนยา, ประเทศแซมเบีย, และประเทศแทนซาเนียม และต่อมามีการนำเข้ามาในแถบประเทศแถบลาตินอเมริกาและประเทศเขตร้อนของเอเชีย และในปัจจุบันมีมากในประเทศเม็กซิโก ความเชื่อและความเป็นมงคล ต้นมะขาม เป็นต้นไม้มงคล ที่ควรปลูกในบ้าน ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) ของบ้าน เพื่อป้อง

ต้นกันเกราต้นกันเกรา

กันเกราชื่อสามัญ : Anan/ Tembusu/ Ironwood พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้กินเป็นผักสดได้ ความเชื่อและความเป็นมงคล ต้นกันเกราเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง ด้วยชื่อที่เป็นมงคล เพราะ กันเกรา หมายถึง ป้องกันสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้มาทำอันตรายใด ๆ ไม้กันเกราเป็นไม้ที่นิยมใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสิริมงคลในพิธีนั้นๆ เช่น ตอนวางศิลาฤกษ์ การลงเสาเอก การขึ้นบ้านใหม่ และชื่อทางเหนือและอีสาน ที่ว่ามันปลา ก็ยิ่งพ้องกับคำว่าข้าวใหม่ปลามัน เลยถูกนำไปใช้ในงานมงคลสมรสอีกด้วย จัดเป็นพรรณไม้มงคล และเป็นพรรณไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ลักษณะทั่วไปของต้นกันเกรา