ต้นบุนนาค

บุนนาค
ชื่อสามัญ : Iron wood, Indian rose chestnut
                   มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ศรีลังกา อินโดจีน พม่า ไทย คาบสมุทรมาเลเซีย และสิงค์โปร์ พบได้มากในป่าดิบชื้น ตามลำธารหรือริมห้วย พบได้มากที่สุดในประเทศอินเดีย และศรีลังกา นอกจากนี้ ต้นบุนนาค ยังจัดเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทาน ประจำจังหวัดพิจิตรอีกด้วย

ความเชื่อและความเป็นมงคล

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นไม้ชนิดนี้ ไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะช่วยทำให้เป็นผู้มีความประเสริฐ และมีบุญ อีกมั้งคำว่า “นาค” ยังมีความหมายว่า พญานาคที่มีแสนยานุภาพ ที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองภัย และช่วยป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ จากภายนอกได้ด้วย เนื่องจากใบของบุนนาคสามารถช่วยรักษาพิษต่าง ๆ ได้

ลักษณะของบุนนาค

ลำต้น
จัดเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่มีความสูงประมาณ 15 – 25 เมตร ลักษณะเป็นทรงยอดพุ่มทึบและแคบ มีทรงพุ่มใหญ่ คล้ายเจดีย์ต่ำ ๆ มีพูพอนเล็กน้อยตามโคนต้น เป็นไม้ไม่ผลัดใบ เนื้อไม้แข็ง กิ่งก้านเรียวเล็กห้อยลง เปลือกต้นมีสีน้ำตาลเข้ม และมีรอยแตกตื้นๆ เปลือกชั้นใน มียางสีเหลืองอ่อน เนื้อไม้จะมีสีแดงคล้ำเป็นมันเลื่อม

ใบ
เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบ คล้ายรูปหอกหรือรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม คล้ายใบมะปราง โคนใบสอบ แผ่นใบหนา ผิวใบเรียบเกลี้ยง ท้องใบมีคราบขาวปกคลุมอยู่ ใบอ่อนจะมีสีชมพูออกแดง ใบแก่ด้านบนจะมีสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีนวลสีเทา ใบห้อยลงเป็นพู่ ก้านใบยาวประมาณ 0.8-1.2 เซนติเมตร และออกดอกพร้อมกันทั้งต้น เพียงไม้กี่วันต่อปี

ดอกบุนนาค
ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว หรือดอกคู่ตามซอกใบ กลีบดอกมีสีขาว ไปจนถึงสีเหลืองอ่อน มีกลีบดอก 5 กลีบ เป็นรูปไข่หัวกลับ ปลายบานและเว้า เมื่อดอกบานเต็มกลีบ จะแผ่กว้างออก ดอกบุนนาคเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงจะแข็งหนา และอยู่คงทน เมื่อเป็นผลก็ยังคงติดกับผลอยู่ มีกลิ่นหอม สามารถส่งกลิ่นไปได้ไกล

ผลบุนนาค
ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ผลแข็งมาก ปลายโค้งแหลม ปลายไม่แตก เปลือกผลมีรอยด่างสีน้ำตาล ผลมีสีส้มแก่หรือสีม่วงน้ำตาล มีเปลือกเป็นเส้นใยห่อหุ้มอยู่

สรรพคุณของบุนนาค

1. ดอก, ราก, แก่น ช่วยชูกำลัง รักษาอาการอ่อนเพลีย
2. ดอก ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย
3. ดอก ดอกบุนนาคมีสรรพคุณแก้ไข้
4. ผล ช่วยแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
5. ดอก, ใบ, เปลือกต้น ช่วยแก้พิษงู

เทรนด์ต้นไม้ มาแรง 2022เทรนด์ต้นไม้ มาแรง 2022

ผ่านที่ 2021 มาแต่เทรนด์การปลูกต้นไม้ ยังคงแรงไม่มีแผ่ว แถมเข้ากับกระแสรักษ์โลก ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ จะมีต้นไม้ชนิดไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย ต้นโฮยา                   ต้นโฮยา (Hoya) มีถิ่นกำเนิด ในประเทศเอเชียวันออกเฉียงใต้ ตอนบนของออสเตรเลีย พบเห็นได้บ่อย และผู้คนให้ความนิยมปลูก ชนิดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ โฮย่าวาเลนไทน์ (Valentine Hoya)

บานไม่รู้โรยบานไม่รู้โรย

บานไม่รู้โรยชื่อสามัญ : Everlasting, Globe Amaranthมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง แถบประเทศปานามา และประเทศกัวเตมาลา บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจำถิ่นทั่วโลก ความเชื่อและความเป็นมงคลบานไม่รู้โรย ถือเป็นไม้ดอกที่ชื่อเป็นมงคลนาม จะช่วยเสริม “ด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน” เราจะพบในพานไหว้ครูเป็นส่วนใหฐ่ การนำดอกไม้ชนิดนี้มาประดับตกแต่ง มีความหมายว่า ศิษย์จะให้ความเคารพ และเชื่อฟังคำอบรมสั่งสอนไม่มีเสื่อมคลาย เปรียบเสมือนดอก บานไม่รู้โรย ลักษณะของบานไม่รู้โรย ต้นบานไม่รู้โรยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ปี

ต้นกันเกราต้นกันเกรา

กันเกราชื่อสามัญ : Anan/ Tembusu/ Ironwood พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้กินเป็นผักสดได้ ความเชื่อและความเป็นมงคล ต้นกันเกราเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง ด้วยชื่อที่เป็นมงคล เพราะ กันเกรา หมายถึง ป้องกันสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้มาทำอันตรายใด ๆ ไม้กันเกราเป็นไม้ที่นิยมใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสิริมงคลในพิธีนั้นๆ เช่น ตอนวางศิลาฤกษ์ การลงเสาเอก การขึ้นบ้านใหม่ และชื่อทางเหนือและอีสาน ที่ว่ามันปลา ก็ยิ่งพ้องกับคำว่าข้าวใหม่ปลามัน เลยถูกนำไปใช้ในงานมงคลสมรสอีกด้วย จัดเป็นพรรณไม้มงคล และเป็นพรรณไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ลักษณะทั่วไปของต้นกันเกรา