ต้นพญาสัตบรรณ

พญาสัตบรรณ
ชื่ออื่น : ตีนเป็ด หัสบัน สัตบรรน จะบัน บะซา
ชื่อสามัญ : White Cheesewood

                มีถิ่นดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ขึ้นกระจายอยู่ห่าง ๆ ในป่าดงดิบชื้นทางภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ และริมลำห้วยในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มออกดอกตั้งแต่ต้นฤดูหนาว คนส่วนใหญ่เรียกว่า ต้นตีนเป็ด ถ้าออกดอกน้อยจะมีกลิ่นหอม ดอกบานสะพรั่งเต็มที่จะมีกลิ่นฉุนจัดจนแสบจมูก หากมีการตัดแต่งกิ่งเป็นประจำทุกปี ต้นพญาสัตบรรณก็จะสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรบกวนอีกต่อไป

ความเชื่อและความเป็นมงคล

เชื่อกันว่า เป็นต้นไม้สูงศักดิ์ ที่ทุกบ้านควรปลูกไว้เป็นมงคล และเป็นพันธุ์ไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงโปรดพระราชทานกล้าไม้มงคล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำไปปลูกเป็นศิริมงคล ในวันเริ่มโครงการในงานรณรงค์ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537

ลักษณะ ต้นตีนเป็ด

ลำต้น มีเปลือกหนาแต่เปราะ ผิวต้นมีสะเก็ดเล็ก ๆ สีขาวปนน้ำตาล ลำต้นตรง เมื่อกรีดต้นจะมียางสีขาว แตกกิ่งก้างเป็นชั้นๆ จำนวนมาก

ใบ เป็นกลุ่ม บริเวณปลายกิ่งช่อหนึ่งมีใบประมาณ 5 – 7 ใบ ก้านใบสั้น แผ่นใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปมนแกมรูปบรรทัด ปลายใบเป็นติ่งเล็กน้อย ใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีสีขาวนวล ลักษณะใบยาวรีปลายใบมนโคนใบแหลม มีขนาดยาว 10 – 12 เซนติเมตร

ดอก มีสีเขียวอ่อน ออกดอกเป็นตามปลายกิ่ง ปากท่อของกลีบดอก มีขนยาวปุกปุย ดอกมีกลิ่นฉุนแรง หากสูดดมมากจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ และในช่วงค่ำจะส่งกลิ่นแรงกว่าเวลาอื่น ๆ ดอกเป็นกลุ่มคล้ายดอกเข็ม ดอกมีสีขาวอมเหลือง

ผลเป็นฝัก ยาว ฝักคู่หรือเดี่ยว ลักษณะเป็นเส้นๆ กลมเรียว มีความยาวประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตก มีขุยสีขาวคล้ายฝ้ายปลิวไปตามลม ในฝักมีเมล็ดเล็ก ๆ ติดอยู่กับขุยนั้น

สรรพคุณ

  • ใช้แก่นพญาสัตบรรณต้มรับประทาน เป็นยาบำรุงร่างกาย
  •  คนที่ผอมแห้งให้นำเปลือกรากต้มอาบ เป็นยาแก้ผอมแห้ง
  • เปลือกพญาสัตบรรณต้มรับประทาน ยาแก้หอบ ไอ เหนื่อย ปอดไม่แข็งแรง
  • ใช้รากพญาสัตบรรณต้มรับประทาน เป็นยาแก้ปวดหัว

การปลูก

นิยมปลูกในแปลงปลูก เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน แต่ควรปลูกห่างจากบ้านพอสมควร เนื่องจาก เมื่อมีอายุมาก ขนาดทรงพุ่มจะสูงใหญ่
1.  ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
2.  ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก

โป๊ยเซียนโป๊ยเซียน

โป๊ยเซียน                นักพฤกษศาสตร์ยืนยันว่า โป๊ยเซียน มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่เกาะมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่นิยม ปลูกในประเทศจีนมาหลายพันปีจนปัจจุบัน เหตุที่ชาวจีนนับถือต้นโป๊ยเซียน เนื่องจาก คำว่า “โป๊ยเซียน” ที่ชาวจีนนำมาตั้งเป็นชื่อต้นไม้ชนิดนี้ คือชื่อของผู้วิเศษที่มีชื่อเสียงทั้งแปดของชาวจีน ซึ่งความหมายถึงเทพเจ้าหรือผู้วิเศษ 8 องค์ที่คอยคุ้มครองโลกมนุษย์ ซึ่งเทพเจ้าทั้ง 8 องค์นี้จะอยู่ด้วยกันเสมอ จะขาดองค์ใดองค์หนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นเทพที่มีหน้าที่คุ้มครองและช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เทพเจ้าทั้ง 8 องค์ได้แก่

ต้นเตยทอง (Screw pine)ต้นเตยทอง (Screw pine)

เตยทองชื่อสามัญ : Screw pineชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus sanderi Sander ex M.T. Mast                  “ต้นเตยทอง” หรือ “เตยด่าง” ในธรรมชาติพบตามริมน้ำ หรือบริเวณทั่วไป ที่มีน้ำกร่อย มีการแตกรากค้ำจุนที่โคน จึงเหมาะกับการปลูก เป็นไม้ริมตลิ่ง เพราะรากค้ำยัน ช่วยป้องกันในการพังทลายของดิน

ต้นแก้วต้นแก้ว

แก้ว ชื่อสามัญ: Orang Jessamine, China Box Tree, Andaman Satinwood, Chinese Box-wood                ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีถิ่นกำเนิดจากเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และออสเตรเลีย และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศ ในทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาได้ ความเชื่อและความเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง เพราะคำว่า