ต้นมะตูม ต้นไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน

ต้นมะตูม
ชื่อสามัญ : Bael, Bengal Quince, Bilak
                มะตูมเป็นไม้พื้นเมืองของประเทศในแถบทวีปเอเชีย ได้แก่ อินเดีย ศรีสังกา ไทย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ประเทศไทย สามารถพบต้นมะตูมในป่าธรรมชาติทั่วไป ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าผสมผลัดใบ ป่าแดง ซึ่งชาวบ้านนิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้าน เป็นพืชตระกูลมะนาว

ความเชื่อและความเป็นมงคล

                  เชื่อกันว่า เป็นไม้มงคลที่ควรปลุกไว้ในบริเวณบ้าน โดยปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกร่วมกับไผ่รวกและทุเรียน ถือว่าเป็นเคล็ดลับในชื่อเรียกที่เป็นมงคลนาม จะทำให้เกิดกำลังใจ เกิดความานะ พยายามที่จะต่อสู่อุปสรรคต่างๆ
                  นอกจากนี้ มะตูม ยังเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและพิธีมงคลของไทย การทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ ครอบครูจะใช้ใบมะตูมเป็นองค์ประกอบในพิธี อีกทั้งชาวฮินดูถือว่าไม้มะตูมเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ใบมะตูมจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจได้

ลักษณะทั่วไปของ "ต้นมะตูม"

ลำต้น
มะตูมเป็นยืนไม้ต้น เนื้อแข็ง และผลัดใบ มีหนามแหลมตามกิ่งย่อย เปลือกต้นค่อนข้างหนา และมีสีเทา เปลือกแตกเป็นร่องตามยาวของลำต้น มีหนามขึ้นตามกิ่งทั่วลำต้น

ใบ
ใบมะตูมเป็นใบประกอบ ประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปไข่ ใบย่อยตรงกลางมีขนาดใหญ่สุด ใบมีรูปทรงรูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ แผ่นใบด้านบนมีสีเขียว ค่อนข้างเป็นมัน แผ่นใบด้านล่างมีสีอ่อนกว่า

ดอก
ดอกมะตูมเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้งดอกเพศเมีย และดอกเพศผู้ในดอกเดียวกัน แทงออกเป็นช่อ ดอกจะมีขนาดเล็ก กลีบดอกมีสีเขียวอมขาว ถัดมาเป็นเกสรตัวผู้จำนวนมาก ดอกแทงออกเป็นช่อตามซอกใบ บริเวณปลายกิ่ง ออกดอกเพียงครั้งเดียวใน 1 ปี ต้นมะตูมจะผลิใบร่วงจนหมด หลังจากนั้นค่อยแทงใบอ่อน และช่อดอกออกมา

ผล
ผลมะตูมมีลักษณะเป็นผลกลมรี มีเปลือกมีลักษณะเรียบ เป็นมัน เปลือกหนา และแข็งมาก ผลอ่อนมีสีเขียว และสุกเต็มที่จะมีสีเหลือง ส่งกลิ่นหอม เนื้อในมีสีเหลืองหรือส้มอมเหลือง มีเมล็ดจำนวนมากเรียงเป็นวงกลมรอบแกนผล

พันธุ์มะตูม

พันธุ์มะตูมที่พบในไทย และได้ถูกตั้งชื่อตามท้องถิ่น ได้แก่
– มะตูมไข่ : มีผลขนาดเล็ก รูปไข่
– มะตูมนิ่ม : ผลสุกจะมีเปลือกอ่อนนิ่ม
– มะตูมท้องถิ่น หรือ มะตูมธรรมดา : พบมากที่สุด มีลักษณะเด่น คือ ผลมีขนาดใหญ่ เปลือกแข็ง เนื้อสุกสีเหลือง กลิ่นหอม

ประโยชน์มะตูม

1. ผลดิบอ่อน นำมาฝานบางๆ ตากแห้ง ต้มกับน้ำ ผสมน้ำตาล เป็น น้ำมะตูม
2. เปลือกผล นำเปลือกผลดิบ และเปลือกผลสุก ใช้สำหรับต้มย้อมผ้า
3. เนื้อไม้ แปรรูปเป็นไม้โครงสร้างก่อสร้างบ้านเรือน หรือแปรรูปเป็นเครื่องเรือน และเฟอร์นิเจอร์

สรรพคุณมะตูม

1. ช่วยควบควบคุมระดับน้ำตาล ป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน
2. แก้กระหายน้ำ ช่วยให้ชุ่มคอ
3. แก้พิษฝี ลดอาการปวดฝี
4. ต้านเชื้อแบคทีเรีย
5. ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร

ราชพฤกษ์ราชพฤกษ์

 “ราชพฤกษ์” ชื่อสามัญ Pudding Pine, Indian Laburnum, Golden Shower             ราชพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันในนามต้นคูณ เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถาน ไปจนถึงอินเดีย ศรีลังกา พม่า และไทย และยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย ความเชื่อและความเป็นมงคล ต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้มงคลนิยมใช้ประกอบพีธีที่สำคัญ อย่างเช่น พีธีเสาไม้หลักเมือง ทำพิธีปลูกบ้าน ฯลฯ ซึ่งคนไทยในสมัยโบราณเชื่อกันว่า

บานไม่รู้โรยบานไม่รู้โรย

บานไม่รู้โรยชื่อสามัญ : Everlasting, Globe Amaranthมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง แถบประเทศปานามา และประเทศกัวเตมาลา บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจำถิ่นทั่วโลก ความเชื่อและความเป็นมงคลบานไม่รู้โรย ถือเป็นไม้ดอกที่ชื่อเป็นมงคลนาม จะช่วยเสริม “ด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน” เราจะพบในพานไหว้ครูเป็นส่วนใหฐ่ การนำดอกไม้ชนิดนี้มาประดับตกแต่ง มีความหมายว่า ศิษย์จะให้ความเคารพ และเชื่อฟังคำอบรมสั่งสอนไม่มีเสื่อมคลาย เปรียบเสมือนดอก บานไม่รู้โรย ลักษณะของบานไม่รู้โรย ต้นบานไม่รู้โรยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ปี

ชัยพฤกษ์ชัยพฤกษ์

ชัยพฤกษ์ชื่อสามัญ Javanese Cassia, Rainbow Shower, Pink and white shower, Common pink cassiaมีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นตามป่าทุ่ง ป่าโปร่ง และปลูกเลี้ยงอยู่ทั่วไป ความเชื่อและความเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นชัยพฤกษ์ไว้ประจำบ้าน จะช่วยให้เกิดความประสบผลสำเร็จในชีวิต เนื่องจากต้นชัยพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความชัยชนะ และความอิสระแห่งผล นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ของเทพเจ้า เป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ไม้ทิพย์มีคุณวิเศษ ตามตำนานพระพุทธเจ้าในสมัยโบราณ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นชัยพฤกษ์ไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และผู้ที่ปลูกควรปลูกในวันเสาร์