ต้นสารภี

ต้นสารภี
ชื่อสามัญ : Negkassar
                สารภี จัดเป็นไม้ประจำถิ่นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีถิ่นกำเนิดในแถบต่างๆ ดังนี้ เช่น พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งในประเทศไทย จะพบได้ทั่วไปทุกภูมิภาค แต่ส่วนมาก จะขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบทางภาคเหนือ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้

ความเชื่อและความเป็นมงคล

                คนไทยโบราณเชื่อว่า หากบ้านใด ปลูกต้นสารภีไว้ภายในบ้าน จะส่งผลให้มีอายุยืนยาวเหมือนเช่นต้นสารภี และเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ และควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยป้องกันเสนียดจัญไร และพ้าให้เป็นสิริมงคลแก่ตน ผู้ปลูกควรเป็นสุภาพสตรี เนื่องจากมีชื่อที่เหมาะกับสตรี

ลักษณะของต้นสารภี

ต้นสารภี
            เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 10 – 15 เมตร เป็นทรงพุ่มทึบ แตกกิ่งก้านแผ่กว้้าง เปลือกลำต้น เป็นสีเทาอมน้ำตาลถึงดำ แตกล่อนเป็นสะเก็ดทั่วลำต้น เปลือกในเป็นสีแดงน้ำตาล มียางสีครีม หรือสีเหลืองอ่อนเล็กน้อย เนื้อไม้ มีสีน้ำตาลปนแดง มีเนื้อละเอียด เสี้ยนตรง แข็ง และทนทาน

ใบสารภี
             เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตั้งฉาก ใบลักษณะรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปรีแกมขอบขนาน มีปลายมน ใบกว้าง มีติ่งสั้น หรือหยักเว้าตื้นๆ โคนใบสอบเรียว แผ่นใบหนาเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบจะสีอ่อนกว่า

ดอกสารภี
              ออกดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง มีดอกย่อยสีขาว กลิ่นหอม ดอกมี 4 กลีบ กลีบเลี้ยง 2 กลีบ มีเกสรตัวผู้สีเหลืองเป็นจำนวนมาก รังไข่ 2 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 ปลาย หลอดรังไข่แยกเป็น 3 แฉก

ผลสารภี
             ผลมีลักษณะเป็นรูปกระสวยหรือกลมรี ผิวผลเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอมส้ม เนื้อผลนิ่ม ผลเมื่อแก่จะแตกออกได้ เมล็ดเดี่ยว

สรรพคุณของสารภี

1. ดอกมีรสหอมเย็น ส่วนผลมีรสหวาน ช่วยบำรุงหัวใจ
2. ดอกใช้เป็นยาชูกำลัง บำรุงกำลัง
3. เกสรมีรสหอมเย็น ใช้เป็นยาแก้ไข้
4. ยางไม้ของต้นสารภี นำมาใช้แก้อาการแพ้คันจากพิษของต้นหมามุ่ย หรือจากน้ำลายของหอยบางชนิด
5. ใบช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ

ประโยชน์ของสารภี

1. ผลสารภีมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ และยังเป็นอาหารของนกได้อีกด้วย
2. ดอกตูมของสารภีใช้สกัดทำสีย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีแดง
3. ดอกแห้งใช้ทำเป็นน้ำหอม โดยเพิ่มดอกคำฝอย ส้มป่อยเผา เป็นส่วนผสมด้วย

ดอกไฮยาซินธ์ (Hyacinth)ดอกไฮยาซินธ์ (Hyacinth)

ดอกไฮยาซินธ์ชื่อสามัญ : Hyacinthชื่อวิทยาศาสตร์ : Hyacinthus Irientalis                      ดอกไฮยาซินธ์ ดอกไม้ที่มีรูปสวยงามโดดเด่น ดอกไม้ที่ปลูกจากหัว ยามบานสะพรั่งกลีบขนาดเล็ก คล้ายดาวห้าแฉก มีต้นกำเนิดมาจากทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตะวันออกจนถึงอิหร่าน และเติร์กเมนิสถาน มีสีสวยงาม สีครีม สีเหลือง สีชมพู สีฟ้า สีม่วง

กุหลาบหินกุหลาบหิน

            กุหลาบหิน มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสกาแอฟริกาและเอเชีย เป็นไม้ในสกุลที่ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำ และมีอายุอยู่ได้นานหลายปี เหมาะสมที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง ซึ่งแต่เดิมต้นมีลักาณะเก้งก้าง ต่อมาได้มีการคัดเลือกสายพันธุ์ มาจากการกระจายพันธุ์และผสมพันธุ์ จึงได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะต้นเตี้ย กะทัดรัด กุหลาบหินหรือกาลังโชเป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ไม่ว่าจะปลูกในหรือนอกอาคาร แต่จะปลูกได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้ง ความเชื่อและความเป็นสิริมงคล ถือว่าเป็นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดที่ปลูกแล้วจะนำพาสิ่งดีๆ เข้ามา ปลูกแล้วจะร่ำรวยเป็นเศรษฐี ลักษณะทั่วไป กุหลาบหินมีใบค่อนข้างกลมเป็นหยักมนซ้อน ๆ กัน คล้ายดอกกุหลาบ

ยางอินเดีย

ยางอินเดีย ( India Rubber Fig )ยางอินเดีย ( India Rubber Fig )

ยางอินเดียชื่อภาษาอังกฤษ : Rubber Plant หรือ India Rubber Fig                      ต้นยางอินเดีย มีถิ่นกำเนิดที่อินเดียและมาเลเซีย เป็นไม้ประดับ ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ด้วยรูปทรงของใบที่ใหญ่โค้งมน บวกกับสีของใบที่เข้มสวยโดดเด่น ทำให้คนที่เห็นก็อยากจะจับจอง มาไว้ที่บ้านกันสักต้น และยังเป็นไม้ยืนต้นที่โตไว มีจุดเด่นที่รูปทรงของใบใหญ่และโค้งมน พร้อมกับสีเข้มของใบดูสวยสง่าเป็นอย่างมาก ความเชื่อและความเป็นมงคล