ต้นโมก (Moke)

ต้นโมก
ชื่อสามัญ : Moke
                  ต้นโมกมีถิ่นกำเนิดอยู่แถวเอเชีย เขตร้อนในประเทศไทย มักพบต้นโมกขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในป่าดงดิบ และบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้น มีคนสันนิษฐานว่าต้นโมกนั้นได้ถูกนำเข้ามาตั้งแต่สมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จากในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอปรัดเล พ.ศ. 2416 บรรยายไว้ว่า “โมก : เป็นต้นไม้อย่างหนึ่งมีดอกหอม คนมักปลูกไว้ริมเรือนชุม”

ความเชื่อ และความเป็นมงคล

                  คนไทยโบราณเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์ เพราะ โมก หรือ โมกข มีความหมายว่า ผู้ที่หลุดพ้นด้วยทุกข์ทั้งปวง นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าต้นโมก สามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวง จากภายนอกได้เช่นกัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และปลูกในวันเสาร์

ลักษณะทั่วไปของต้นโมก

ลำต้น
เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาล มีจุดประเล็กๆ สีขาว กระจายอยู่ทั่วต้น และแตกกิ่งก้านข้างลำต้น และทั่วทั้งต้นมีน้ำยางสีขาว

ใบ
มีใบเดี่ยวตรงข้ามกัน รูปรี หรือรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบหรือมน

ดอก
ช่อดอกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกห้อยลง กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีทั้งกลีบดอกชั้นเดียว และกลีบดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี กลิ่นหอม

ผล
เป็นฝักคู่รูปทรงกระบอกเล็กๆ เรียวยาว และโค้งงอเข้าหากัน เมื่อแก่ จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ปลายเมล็ดมีรยางค์เป็นขน ช่วยกระจายพันธุ์

วิธีการปลูกต้นโมก

1. การปลูกโมกลงดินในแปลงปลูก
– ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก

2. การปลูกโมกในกระถาง
– ใช้กระถางทรงสูงขนาด 12-18 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ขุยมะพร้าว : ดินร่วนอัตรา 1 : 1 : 1 ผสมเข้ากัน
– ดินปลูกควรเปลี่ยนกระถางบ้าง แล้วแต่ความเหมาะสมของทรงพุ่ม และการเจริญเติบโตของทรงพุ่ม

ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง หรือเสียบยอด

ประโยชน์ของโมกบ้าน

  1.  ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป มีใบสวยงาม ดอกหอม นิยมปลูกไว้ประดับสวน
  2.  เปลือก เป็นยาช่วยให้เจริญอาหาร รักษาโรคไต
  3. ยางจากต้น ช่วยรักษาโรคบิด
  4. ดอกนิยมนำไปสกัดกลิ่นหอมทำเป็นน้ำอบไทยหรือน้ำปรุง

 

ดอกไฮเดรนเยีย (HYDRANGEA)ดอกไฮเดรนเยีย (HYDRANGEA)

ดอกไฮเดรนเยีย (HYDRANGEA)ชื่อสามัญ : hydrangeaชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser.                เป็นพืชพื้นเมืองในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี เทือกเขาหิมาลัย อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังพบที่อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ อีกด้วย ซึ่งมีความหลากส่วนใหญ่ที่ทวีปเอเชีย ความหมายและความเป็นมงคล  

กฤษณากฤษณา

กฤษณา ไม้กฤษณา  ต้นไม้หอม ไม้กฤษณาตอนที่ยังไม่เกิดบาดแผลจะมีเนื้อไม้สีขาว แต่เมื่อเกิดบาดแผลแล้ว ก็จะมีน้ำมันสีดำเกิดขึ้น และขยายวงกว้างออกไป เมื่อทิ้งไว้หลายปี จนเป็นสีดำสนิท หรือสีน้ำตาล จะกลายเป็นไม้กฤษณาเกรดดี ราคาสูงราวๆ หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว ประวัติความเป็นมา ไม้หอมกฤษณา เป็นไม้หอมที่มีคุณค่ามาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในของหอมธรรมชาติ 4 อย่าง เรียกว่า จตุชาติสุคนธ์ ซึงใช้เผาและประพรมในพิธีกรรมต่างๆ เป็นเครื่องประทินผิว และใช้เข้าเครื่องยาหอมมาแต่อดีต พระเจ้ากรุงสยาม คือ พระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้ผูกขาดการค้าไม้กฤษณาให้ซื้อขายจากหลวง ทำรายได้แก่ประเทศชาติมาหลายยุคหลายสมัย ต่อมาจึงถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 4

กระบองเพชรกระบองเพชร

กระบองเพชร หรือ ตะบองเพชรชื่อสามัญ : Cactusกระ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในทะเลทราย เป็นพืชที่สามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร เนื่องจากต้นกระบองเพชร สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้จำนวนมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน โดยเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ มันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้ กระบองเพชรจัดอยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่ เชื่อว่ามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคโบราณ และในช่วงต้นยุค หรือประมาณ 20,000ปี แม้จะยังไม่มีการขุดพบซากของแคคตัสมาก่อน ต้นกระบองเพชรส่วนใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก บางสายพันธุ์ได้มีการพัฒนาให้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น อย่างเช่นในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการเรียกชื่อ กระบองเพชรอื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา