มะยม

มะยม

         “มะยม” จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มะยมนั้นมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยลักษณะเด่นของต้นตัวผู้จะออกดอกเต็มต้นแต่ไม่ติดลูก และสรรพคุณทางยามากกว่า มะยมตัวเมีย ซึ่งจะมีดอกน้อยกว่า และในทางการแพทย์ นิยมใช้มะยมตัวผู้เป็นหลัก คนทั่วทุกภาค ปลูกต้นมะยมไว้ตามบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ริมสระน้ำ ริมคลอง เจริญเติบโตได้ดีทั้งที่แดดจัด หรือในที่ร่มรำไร เมื่อติดผล จะมีผลดกมาก ถึงเวลาติดผลจะเห็นได้ชัดเจน เป็นช่อพวง ระย้าเต็มกิ่งก้าน แต่ที่สำคัญ คือ ร่วงง่ายมาก และจะกระจายเต็มพื้นที่บริเวณนั้นแน่นอน

คติความเชื่อ


ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวงกล่าวว่า ควรปลูกมัยมไว้ทางทิศตะวันตก เพื่อช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี มิร้ายให้มากล้ำกราย และในบางตำราก็กล่าวว่า เป็นต้นไม้ที่มีชื่อมงคล ปลูกแล้ว จะมีผู้คนมานิยมชมชอบ เหมือนมีเมตตามหานิยม

ลักษณะทั่วไป


มะยม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3–10 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาละ จะแตกกิ่งก้านสาขา อยู่บริเวณปลายยอด ใบ เป็นใบรวม ใบย่อยเรียงสลับกันเป็น 2 แถว ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาล ผลสีเขียวอ่อน เมื่อแก่จะมีสีแกมเหลือง เมล็ดกลมแข็ง สีน้ำตาล

การปลูกมะยม


– นิยมวิธีการเพราะเมล็ด โดยการนำผลมะยมที่แก่จัด ที่หล่นจากต้น ที่มีความสมบูรณ์ เช่น ลูกดกและขนาดใหญ่ กิ่งก้านเยอะ และผลที่นำมาเพาะควรมีลักษณะอวบใหญ่ จากนั้นจะปล่อยให้เนื้อเน่าเปื่อยจนแห้งเอง หรือจะแกะเนื้อออก แล้วนำเมล็ดมาตากก็ได้ เช่นกัน
– หลังจากได้เมล็ดมะยมแห้งแล้ว ให้นำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 1 นาที ก่อนเพาะในถุงเพาะ หรือจะฝังดินบริเวณที่จะปลูก โดยใส่เมล็ด 2 – 3 เมล็ดต่อหลุม แล้วจึงแยกต้นกล้าเพื่อเลือกต้นที่ดีที่สุดเพียง 1 ต้น

ประโยชน์ของมะยม

  • มะยมสรรพคุณ ช่วยบำรุงโลหิต
  • ผลมะยมมีฤทธิ์กัดเสมหะ ดับพิษเสมหะ
  • ผลมะยม ช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ โรคไขข้ออักเสบ
  • รากมะยม ช่วยรักษาโรคผิวหนัง
  • ทานผลมะยม ช่วยแก้หวัด เพราะมีวิตามินสูง
  • รากมะยมช่วยแก้ไข้
  • ใบมะยมสรรพคุณ ช่วยรักษาโรคอีสุกอีใส โดยการใช้ใบต้มกับน้ำ แล้วนำมาอาบ
  • นำใบมะยมมาใช้ปรุงเป็นส่วนประกอบในยาเขียว

****ข้อควรระวัง ****
น้ำยางจากเปลือกของรากมะยมจะมีพิษเล็กน้อย เมื่อทานเข้าไป จะมีอาการปวดท้อง ปวดศรีษะ ง่วงซึมได้

                นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ติดเหล้าสามารถเลิกเหล้าได้โดยเด็ดขาด ด้วยการนำรากมะยมตัวผู้ สับเป็นชิ้นบางๆ 10 ชิ้น ชิ้นละ 2 ข้อมือ จากนั้นนำไปย่างไฟ จากนั้นนำไปตากแดก 3 แดด แล้วเอาไปดองในเหล้าขาว 5 วัน แล้วนำมาดื่ม จะทำให้มีอาการคลุ้มคลั่ง มีอาการหลอน อาเจียน ช่วงนี้ต้องระวังให้ดี ต้องหาคนมาช่วยจับไว้ แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ ก็จะทำให้เลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด

บานไม่รู้โรยบานไม่รู้โรย

บานไม่รู้โรยชื่อสามัญ : Everlasting, Globe Amaranthมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง แถบประเทศปานามา และประเทศกัวเตมาลา บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจำถิ่นทั่วโลก ความเชื่อและความเป็นมงคลบานไม่รู้โรย ถือเป็นไม้ดอกที่ชื่อเป็นมงคลนาม จะช่วยเสริม “ด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน” เราจะพบในพานไหว้ครูเป็นส่วนใหฐ่ การนำดอกไม้ชนิดนี้มาประดับตกแต่ง มีความหมายว่า ศิษย์จะให้ความเคารพ และเชื่อฟังคำอบรมสั่งสอนไม่มีเสื่อมคลาย เปรียบเสมือนดอก บานไม่รู้โรย ลักษณะของบานไม่รู้โรย ต้นบานไม่รู้โรยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ปี

สนฉัตร (Norfolk island pine)สนฉัตร (Norfolk island pine)

สนฉัตรชื่อสามัญ : Norfolk island pine เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Araucariaceae มาจากชื่อจังหวัด Arauca ในตอนใต้ของซีลอน เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ และทวีปออสเตรเลียทางแถบคาบสมุทรแปซิฟิก Sir Joseph Ranks ได้นำเข้ามาปลูกในสวน kew ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1793จัดเป็นไม้สนประดับชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เนื่องจากแตกกิ่งแผ่ออกเป็นชั้น ใบมีสีเขียวสวยงาม ทรงพุ่มไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง และปลูกในสวนหย่อม ความเชื่อและความเป็นมงคล สนฉัตรนั้น เป็นต้นไม้ที่เหมาะในการปลูกเพื่อเพิ่มบารมีให้กับครอบครัว ชื่อของสนฉัตรนั้น จึงเป็นชื่อที่เป็นมงคลเพราะ

คัตเตอร์ (Cutter Flower)คัตเตอร์ (Cutter Flower)

คัตเตอร์ (Cutter Flower)ชื่ออื่น : สร้อยทองชื่อสามัญ : Asterชื่อวิทยาศาสตร์ : Solidago Canadensis                    “คัตเตอร์” หรือแอสเตอร์ เป็นพืชไม้ดอก อายุหลายปี มีถิ่นกำเนิดตามเทือกเขาในยุโรป (เช่น เทือกเขาแอลป์) รวมทั้งพบในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ซึ่งพบมากกว่า 65