ราชพฤกษ์

 “ราชพฤกษ์”
ชื่อสามัญ Pudding Pine, Indian Laburnum, Golden Shower
             ราชพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันในนามต้นคูณ เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถาน ไปจนถึงอินเดีย ศรีลังกา พม่า และไทย และยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย

ความเชื่อและความเป็นมงคล

ต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้มงคลนิยมใช้ประกอบพีธีที่สำคัญ อย่างเช่น พีธีเสาไม้หลักเมือง ทำพิธีปลูกบ้าน ฯลฯ ซึ่งคนไทยในสมัยโบราณเชื่อกันว่า ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย และควรปลูกในวันเสาร์ เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเรือน มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ บ้านใดปลูกต้นราชพฤกษ์ไว้ประจำบ้านจะช่วยให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และนอกจากนี้ ใบของต้นราชพฤกษ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนิยมนำมาประกอบพิธีทางไสยศาสตร์ ใช้ใบทำน้ำพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ผลดี จึงถือว่า ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลนาม

ลักษณะราชพฤกษ์

ลำต้น
ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 10–20 เมตร เปลือกจะเป็นสีน้ำตาลเรียบ

ใบ
เป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อยขึ้นออกเป็นคู่ ประมาณ 3-8 คู่ ใบรูปทรงรี ขนาดกว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-15 ซม.

 

ดอก
ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อยาวราว 25-40 ซม. มีดอกย่อสีเหลือง และดอกจะออกช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม

ผล
ออกเป็นฝักทรงกระบอก ยาวประมาณ 25-60 ซม.

การปลูก


นิยมปลูกด้วยเมล็ด ซึ่งในช่วง 1 -3 ปีแรกต้นจะเจริญเติบโตช้า แต่หลังจากนั้น จะเจริญเติบโตเร็วขึ้น และออกดอกเมื่อายุประมาณ 4 – 5 ปี

การดูแลรักษา

  1. ดิน ต้นราชพฤกษ์เจริยเติบโตได้ดีดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย และดินร่วนเหนียว
  2. น้ำ ต้นราชพฤกษ์ต้องการปริมาณน้ำน้อย ควรให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง และเมื่อายุประมาณ 4 ปี สามารถทนต่อสภาพธรรมชาติได้
  3. ปุ๋ย ต้นราชพฤกษ์นิยมใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักในการบำรุงรักษา ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น
  4. แสง ต้นราชพฤกษ์ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
  5. ศัตรู ต้นราชพฤกษ์มีศัตรูหนอนเจาะลำต้น จะมีอาการ ลำต้นหรือยอดเป็นรู เป็นรอยเจาะทำให้กิ่งหักงอ นิยมใช้ยาไดเมทโธเอท หรือ เมโธมิล อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก เพื่อกำจัดแมลงศัตรู

ประโยชน์ของราชพฤกษ์

  1. ต้นราชพฤกษ์กับความเชื่อ ต้นราชพฤกษ์ เป็นไม้มงคลนาม เชื่อว่าจะทำให้ผู้อยู่อาศัยนั้นเจริญรุ่งเรือง
  2. เนื้อไม้ใช้ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ด้ามเครื่องมือต่างๆ เช่น ใช้ทำเสา เสาสะพาน ทำสากตำข้าวล้อเกวียน เป็นต้น
  3. เนื้อของฝักแก่ สามารถนำมาใช้แทนกากน้ำตาล ในนการทำเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ และจุลินทรีย์ขายได้
  4. นิยมปลูกไว้เป็นต้นไม้ประดับตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ บริเวณริมถนนข้างทาง และสถานที่อื่นๆ

ว่านรวยไม่เลิกว่านรวยไม่เลิก

หากใครที่กำลังหาต้นไม้ปลูกเพื่อประดับ อาคาร หรือจะปลูกบนพื้นที่สวน วันนี้ขอแนะนำ ต้นว่านรวยไม่เลิก ได้ยินแค่ชื่อ ก็บ่งบอกแล้วว่า ต้องเป็นต้นไม้มงคล ช่วยเสริมบารมี และยีงมีต้นที่สวยงาม พร้อมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยฟอกอาการ และดูดซับอากาศที่เป็นพิษได้อีกด้วย ซึ่งเป็นที่นิยมของคนรักการปลูกไม้ประดับมากเลยค่ะ ความเชื่อและความเป็นมงคล ว่านรวยไม่เลิก (Giant Squill) มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ จากนั้นได้นำเข้ามาในเอเชีย และประเทศไทยเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ จัดเป็นว่านมงคลเสริมโชคลาภ โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความรวย เรียกเงินทอง โชคลาภ รวมถึงกิจการงาน และการค้าขายให้มั่งคั่งมากขึ้น นิยมปลูกในกระถางประดับหน้าบ้าน อาคาร หรือในห้องทำงาน คาถากำกับ

ต้นโมก (Moke)ต้นโมก (Moke)

ต้นโมกชื่อสามัญ : Moke                   ต้นโมกมีถิ่นกำเนิดอยู่แถวเอเชีย เขตร้อนในประเทศไทย มักพบต้นโมกขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในป่าดงดิบ และบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้น มีคนสันนิษฐานว่าต้นโมกนั้นได้ถูกนำเข้ามาตั้งแต่สมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จากในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอปรัดเล พ.ศ. 2416 บรรยายไว้ว่า “โมก : เป็นต้นไม้อย่างหนึ่งมีดอกหอม คนมักปลูกไว้ริมเรือนชุม” ความเชื่อ และความเป็นมงคล

ต้นมะลิต้นมะลิ

ต้นมะลิมะลิ ชื่อสามัญ : Arabian jasmineมะลิ มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนชื้น และกึ่งร้อนชื้นในเอเชีย และคาบสมุทรอาระเบีย เช่น อินเดีย ไทย มาเลเซีย เมียนมา เป็นต้น โดยพืชในสกุลนี้มีประมาณ 200 ชนิด ส่วนในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 45 ชนิด และสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ความเชื่อและความเป็นมงคล เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ด้วยความที่ดอกมะละมีสีขาวอันบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมเย็นไม่ว่าจะเป็นมะลิซ้อน หรือมะลิลา “ส่งเสริมสร้างสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป” นอกจากนั้น