ว่านรวยไม่เลิก

หากใครที่กำลังหาต้นไม้ปลูกเพื่อประดับ อาคาร หรือจะปลูกบนพื้นที่สวน วันนี้ขอแนะนำ ต้นว่านรวยไม่เลิก ได้ยินแค่ชื่อ ก็บ่งบอกแล้วว่า ต้องเป็นต้นไม้มงคล ช่วยเสริมบารมี และยีงมีต้นที่สวยงาม พร้อมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยฟอกอาการ และดูดซับอากาศที่เป็นพิษได้อีกด้วย ซึ่งเป็นที่นิยมของคนรักการปลูกไม้ประดับมากเลยค่ะ

ความเชื่อและความเป็นมงคล

ว่านรวยไม่เลิก (Giant Squill) มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ จากนั้นได้นำเข้ามาในเอเชีย และประเทศไทยเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ จัดเป็นว่านมงคลเสริมโชคลาภ โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความรวย เรียกเงินทอง โชคลาภ รวมถึงกิจการงาน และการค้าขายให้มั่งคั่งมากขึ้น นิยมปลูกในกระถางประดับหน้าบ้าน อาคาร หรือในห้องทำงาน

คาถากำกับ


เป็นคาถาสำหรับใช้ตอนปลูก และเวลารดน้ำ
ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องคาถา 3 จบ “มหาลาโภ โหตุ ภวันตุเม”

ลักษณะของว่านรวยไม่เลิก

ลำต้น
มีลักษณะเป็นหัว ซึ่งมีทั้งหัวใต้ดินและบนดิน มีลักษณะกลมสีเขียวขาว กาบใบพันรอบซ้อนกัน ส่วนปลายหัวแหลม เนื้อหัวภายในมีสีขาว

ใบ
ใบออกเวียนสลับกันไปเรื่อยๆ รอบหัว ใบมีรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบแหลม และโค้งลงด้านล่าง ใบยาวประมาณ 15 – 25 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ โค้งเข้าหากลางใบ สว่นแผ่นใบมีสีเขียวอ่อน และด้านบนของแผ่นใบมีจุดสีเขียวเข้ม หรือสีเขียวอมดำ กระจายอยู่ทั่วไป

ดอก
ออกดอกได้ตลอดเมื่อถึงช่วงอายุ ดอกออกเป็นช่อ จากปลายหัว กระกอบด้วย ดอกกลม สีเขียวอ่อน มีความยาวประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร ปลายช่อดอก เรียงซ้อนกันจำนวนมาก ดอกอ่อนมีลักษณะกลม สีขาว เมื่อดอกบาน กลีบดอกจะแผ่ออก แผ่นกลีบดอกมีสีขาว

ประโยชน์ และความเป็นมงคลว่านรวยไม่เลิก


1. ว่านรวยไม่เลิก จะนิยมปลูกเพื่อเป้นว่านมงคลสำหรับเสริมโชคลาภ
2. ว่านรวยไม่เลิก มีลักษณะพิเศษเด่นที่ แผ่นใบมีจุดสีเขียว หรือสีเขียวอมดำที่กระจายเป็นจุดอยู่ทั่วไใบ ทำให้ดูสวยงาม และแตกต่างจากว่านชนิดอื่น ทำให้เป็นที่นิยมปลูก เพื่อเป็นไม้ประดับ ทั้งการปลูกในกระถาง และปลูกลงแปลง
3. นิยมนำกระถางวางตั้งในอาคาร หรือในห้อง เพื่อเป็นการฟอกอากาศ และกำจัดมลพิษ

การขยายพันธุ์ และการปลูก


การขยายพันธุ์ และการปลูกว่านรวยไม่เลิก นิยมทำกัน 2 วิธรคือ
1. การแยกหัวปลูก โดยขุดแยกหัวออกจากหัวอื่น ให้เลือกกระถางที่มีจำนวนหัวของว่านมากกว่า 2 หัว จากนั้นนำมาแยกปลูกในกระถาง 1 – 2 หัว
2. การปักชำใบ โดยการตัดใบบริเวณโคนใบชิดกับลำต้น มาวางไว้บนกระถาง หรือ เสียบโคนใบลงดินเล็กน้อย จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 อาทิตย์ จะมีหน่อต้นออ่อนออกมาหลายหน่อ ที่บริเวณโคนใบที่ตัด และเมื่อหน่อแทงราก ก็ทำการแยกหน่อลงปลูกในกระถาง หรือจะปล่อยให้เจริญบนกระถางเดิมก็ได้

** ว่านรวยไม่เลิกเป็นว่านที่ชอบแสงแดดรำไร เพราะหากอยู่บริเวณที่มีแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน ส่สวนของใบที่อวบน้ำจะลวก และตายได้ง่าย จึงควรวางประดับไว้หน้าบ้าน ในบ้าน ในอาคาร หรือตามระเบียงห้องต้างๆ หากต้องการปลูกลงแปลง ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่ว่านได้

พลับพลึง ต้นไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้านพลับพลึง ต้นไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้าน

พลับพลึงชื่อสามัญ (ภาษาอังกฤษ) : Crinum lily หรือ Cape lily, Spider lily, Poison bulb                 พลับพลึงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี เป็นพรรณไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน พบได้ในจีน, ฮ่องกง, อินเดีย และ ญี่ปุ่น ในใบและหัวพลับพลึงมีสารไลโคริน รับประทานจะทำให้อาเจียน

กุหลาบหินกุหลาบหิน

            กุหลาบหิน มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสกาแอฟริกาและเอเชีย เป็นไม้ในสกุลที่ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำ และมีอายุอยู่ได้นานหลายปี เหมาะสมที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง ซึ่งแต่เดิมต้นมีลักาณะเก้งก้าง ต่อมาได้มีการคัดเลือกสายพันธุ์ มาจากการกระจายพันธุ์และผสมพันธุ์ จึงได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะต้นเตี้ย กะทัดรัด กุหลาบหินหรือกาลังโชเป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ไม่ว่าจะปลูกในหรือนอกอาคาร แต่จะปลูกได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้ง ความเชื่อและความเป็นสิริมงคล ถือว่าเป็นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดที่ปลูกแล้วจะนำพาสิ่งดีๆ เข้ามา ปลูกแล้วจะร่ำรวยเป็นเศรษฐี ลักษณะทั่วไป กุหลาบหินมีใบค่อนข้างกลมเป็นหยักมนซ้อน ๆ กัน คล้ายดอกกุหลาบ

กระบองเพชรกระบองเพชร

กระบองเพชร หรือ ตะบองเพชรชื่อสามัญ : Cactusกระ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในทะเลทราย เป็นพืชที่สามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร เนื่องจากต้นกระบองเพชร สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้จำนวนมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน โดยเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ มันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้ กระบองเพชรจัดอยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่ เชื่อว่ามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคโบราณ และในช่วงต้นยุค หรือประมาณ 20,000ปี แม้จะยังไม่มีการขุดพบซากของแคคตัสมาก่อน ต้นกระบองเพชรส่วนใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก บางสายพันธุ์ได้มีการพัฒนาให้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น อย่างเช่นในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการเรียกชื่อ กระบองเพชรอื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา