โป๊ยเซียน

โป๊ยเซียน

               นักพฤกษศาสตร์ยืนยันว่า โป๊ยเซียน มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่เกาะมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่นิยม ปลูกในประเทศจีนมาหลายพันปีจนปัจจุบัน เหตุที่ชาวจีนนับถือต้นโป๊ยเซียน เนื่องจาก คำว่า “โป๊ยเซียน” ที่ชาวจีนนำมาตั้งเป็นชื่อต้นไม้ชนิดนี้ คือชื่อของผู้วิเศษที่มีชื่อเสียงทั้งแปดของชาวจีน ซึ่งความหมายถึงเทพเจ้าหรือผู้วิเศษ 8 องค์ที่คอยคุ้มครองโลกมนุษย์ ซึ่งเทพเจ้าทั้ง 8 องค์นี้จะอยู่ด้วยกันเสมอ จะขาดองค์ใดองค์หนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นเทพที่มีหน้าที่คุ้มครองและช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก

เทพเจ้าทั้ง 8 องค์ได้แก่


1. เซียนพิการ (หลีทิก๊วย) -ขอพรเพื่อใหัหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง
2. เซียนหอสมุด (ฮั่นเจ็งลี้) -ขอพรเพื่อให้มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เอาชนะศัตรูได้
3. เซียนอาจารย์ (ลื่อท่งปิน) -ขอพรเพื่อการค้าขายร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี
4. เซียนค้างคาวเผือก (เตียกั๊วเล่า) -ขอพรให้มีเสน่ห์ เป็นที่นิยมรักใคร่ของคนทั้งหลาย
5. เซียนวนิพก (น่าไชฮั้ว) – ขอพรให้เป็นศิลปินที่มีคนนิยม
6. เซียนสาวสวย (ฮ้อเซียนโกว) -ขอพรให้อายุยืน รูปร่างสวยงาม สติปัญญาดี
7. เซียนกวี (ฮั้นเจียงจือ) -ขอพรให้เป็นนักประพันธ์ กวีที่มีชื่อเสียง
8. เซียนถ้ำ (เช่าก๊กกู๋) – ขอพรมิให้ภูตผีภัยพาลมารบกวน

คุณสมบัติของโป๊ยเซียน


ลักษณะลำต้นมีหนามอยู่รอบ มีชื่อดอกอยู่บนยอดหรือปลายกิ่งเสมือนเป็นมงกุฎ จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “มงกุฎหนาม” ลำต้นสีเทาหรือเขียวเข้มจัด ภายในมีน้ำยางสีขาว ต้นสูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยว ขอบใบเรียบ รูปขอบขนานถึงรูปไข่ ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อตามยอดหรือปลายกิ่ง มีหลายสี เช่น ส้ม เหลือง เขียวแดงขาว แสด ชมพู เป็นต้น กลีบดอกคือส่วนของเกสรเพศผู้ที่เปลี่ยนรูปเป็นกลีบ ที่ดูคล้ายกลีบดอกรูปไต 1 คู่

แต่เดิม โป๊ยเซียนในเมืองไทย มีดอกขนาดเล็กแค่ 1 -2 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ในปัจจุบันคนไทยสามารถขยายสายพันธุ์ให้ดอกมีขนาดใหญ่กว่า 6 เซนติเมตร และยังมีหลายสายพันธุ์และหลากสีสันอีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า โป๊ยเซียนของไทยเป็นโป๊ยเซียนที่ดีและสวยที่สุดในโลก

ประโยชน์ของโป๊ยเซียน


โป๊ยเซียนถือเป็นไม้มงคลและเป็นไม้เสี่ยงทายชนิดหนึ่ง ซึ่งฮ่องเต้หรือพระราชวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในประเทศจีนสมัยโบราณนับพันปีมาแล้วเท่านั้นที่ปลูกโป๊ยเซียน และใช้เสี่ยงทายทำนายดูโชคชะตาวาสนาว่าผู้ปลูกจะมียศอำนาจ วาสนายืนยาวสักปานใด จะมีเพียง ผู้ปลูกปลูกแล้วเจริญงอกงาม ให้ดอก 8 – 32 ดอกก็จะเบ่งบอกว่าผู้ปลูกมีบุญบารมี วาสนา เจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าปลูกแล้วต้นโป๊ยเซียนเหี่ยวเฉาไม่ออกดอก หรือออกดอกน้อย แสดงว่าผู้ปลูกชีวิตจะตกต่ำ อับเฉา

ตำแหน่งที่ควรปลูกในบ้าน


พื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่า ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบสูง และประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น

        ****ปัจจุบันมีการปลูกโป๊ยเซียนอย่างแพร่หลายทั่วโลก นอกจากเป็นไม้ที่ปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว บางคนยังถือเป็นไม้เสี่ยงทายถ้าใครปลูกโป๊ยเซียนให้ออกดอกได้ 8 ดอกขึ้นไปถือว่ามีเทพเจ้าครบ 8 องค์ จะทำให้คนผู้นั้นมีโชคลาภ

พลูด่างราชินีหินอ่อนพลูด่างราชินีหินอ่อน

พลูด่างราชินีหินอ่อนชื่อสามัญ : Marble Queen , Devil’s ivy , Taro vineชื่อวิทยาศาสตร์ : Epipremnum aureumชื่ออื่น : พลูช้าง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พลูด่าง พลูฝรั่งวงศ์ : ARACEAE                     

ไผ่สีสุกไผ่สีสุก

ไผ่สีสุกชื่อสามัญ : Spiny Bamboo, Thorny Bamboo, Thorny Branch Bambooไผ่สีสุก เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบ เกาะสุมาตรา ชวา และ บอร์เนียว ซึ่งกระจายปลูกทั่วไปอยู่ในเขตร้อน และในประเทศไทยนิยมปลูก ไผ่สีสุก” มาแต่โบราณแล้ว ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นแนวรั้วบ้าน ทางด้านทิศตะวันออกหรือทิศบูรพา ความเชื่อและความเป็นมงคล เป็นไม้มงคล เมื่อปลูกแล้วจะทำให้เจ้าของ และคนในครอบครัวมีความสุข ความเจริญตามชื่อที่ถูกเรียกขาน สีสุก เป็นมงคลนามเพื่อให้เกิดความสุข ความเจริญ มีความสุขกายสบายใจทุกอย่างนั้นเอง ซึ่งคนโบราณนิยมปลูกไผ่สีสุกไว้ทางทิศตะวันออก

สนฉัตร (Norfolk island pine)สนฉัตร (Norfolk island pine)

สนฉัตรชื่อสามัญ : Norfolk island pine เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Araucariaceae มาจากชื่อจังหวัด Arauca ในตอนใต้ของซีลอน เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ และทวีปออสเตรเลียทางแถบคาบสมุทรแปซิฟิก Sir Joseph Ranks ได้นำเข้ามาปลูกในสวน kew ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1793จัดเป็นไม้สนประดับชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เนื่องจากแตกกิ่งแผ่ออกเป็นชั้น ใบมีสีเขียวสวยงาม ทรงพุ่มไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง และปลูกในสวนหย่อม ความเชื่อและความเป็นมงคล สนฉัตรนั้น เป็นต้นไม้ที่เหมาะในการปลูกเพื่อเพิ่มบารมีให้กับครอบครัว ชื่อของสนฉัตรนั้น จึงเป็นชื่อที่เป็นมงคลเพราะ