ไทรใบสัก (Fiddle-leaf fig)

ไทรใบสัก
ชื่อสามัญ: Fiddle-leaf fig
มีถิ่นกำเนิดทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ไทรใบสัก จึงเป็นพืชเขตร้อน ซึ่งปลูกได้ดีในที่ที่อากาศอบอุ่นหรือร้อนชื้น จุดเด่นของต้นไม้ประเภทนี้ คือ ฟอร์มใบหยักพลิ้ว ใบขนาดใหญ่ ใบขนาด ใหญ่สวยงาม ส่วนใหญ่จะนิยมนำมาปลูกประดับภายในห้อง

ความเชื่อและความเป็นมงคล
นิยมปลูกเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม เสริมฮวงจุ้ย และช่วยให้ค้าขายดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษ และฟอกอากาศให้สะอาดสดชื่น

ลักษณะทั่วไปของ ไทรใบสัก

ลำต้น
เปลือกมีสีน้ำตาลปนเท่า สามารถสูงได้ถึง 12 เมตร

ใบ
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีกว้าง ถึงกลม โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม หนาเป็นมัน เห็นเส้นกลางใบและเส้นใบย่อยชัดเจน มีหูใบหุ้มยอด ปลายใบมีติ่งหนามสั้น

การดูแลต้นไทรใบสัก

เรื่องของแสงแดด
– หามุมในบ้านที่แสงแดดสามารถส่องถึง 4 – 5 ชั่วโมง ต่อวัน ต้นไทรใบสัก จะเอนลำต้นไปหาแสง หากห้องที่มีมุมรับแสงด้านเดียว ควรหมุนกระถางไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ลำต้นเอียง

ดิน
ไทรใบสัก ชอบดินโปร่ง
– หากซื้อมาเป็นกระถาง ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูก นำมาตั้งในบ้าน เพื่อให้ปรับตัวสักพัก แล้วจึงเปลี่ยนทีหลัง หรือจะใช้วิธีการเติมแร่ธาตุ เติมปุ๋ยในดิน เติมมูลใส้เดือน และกาบมะพร้าว (ย่อยละเอียด) ควรพรวนดินบ้าง เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี

น้ำ
– ชอบความชุ่ม แต่ไม่ชอบความชื้นแฉะ ดังนั้น ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป หรือปล่อยให้มีน้ำขังในจานรองกระถาง รากอาจเกิดเชื้อราได้ ควรรดน้ำเมื่อดินในกระถางเริ่มแห้ง และใบยอดเริ่มเหี่ยวถึงรดน้ำ

การขยายพันธุ์

 

ปักชำ ตอนกิ่ง

ข้อแนะนำ

– ไทรใบสักที่จะเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ มักจะเป็นต้นที่ปลูกแบบเพาะเมล็ด ซึ่งต้องใช้เวลานานนานกว่า ไทรใบสักที่ขายส่วนใหญ่ จึงมักเป็นแบบปักชำ ซึ่งตัวต้นไม้จะอ่อนแอ และปลูกให้รอดยาก

– หากห้องหรือพื้นที่ที่จะเลี้ยงไทรใบสัก แสงไม่มากพอ ที่จะสามารถทำให้เรายืนแล้วมีเงาได้ หรือห้องที่ตอนกลางวันต้องเปิดไฟ ควรเปลี่ยนสถานที่ใหม่

– สำหรับการรดน้ำ สามารถรดน้ำ 1 ครั้ง จนมั่นใจว่าซึมได้ถึงก้นกระถาง แล้วปล่อยไว้ 3 – 4 วันค่อยรด หรือรอดูจนหว่าจะเริ่มแห้ง

แล้วต้นไม้ถูก กับต้นไม้แพง ต่างกันยังไง?

– ต้นไม้ที่ราคาสูงกว่า คือการเพาะพันธุ์ที่ดี หรือบางต้น อาจราคาแพงจากการเพิ่มมูลค่าต่างๆ เช่น กระถางที่สวย หรือการตัดแต่ง การจัดทรง จัดฟอร์มของต้นไม้ เลยมีทุนของเวลา หรือบางสายพันธุ์อาจมีลักษณะเฉพาะตัวกว่าต้นทั่วไป

– การเลือกซื้อ ร้านส่วนใหญ่ทั่วไป จะเพาะพันธุ์โดยวิธีการปักชำ ซึ่งทำให้มีโอกาสรอดยาก เพราะฉะนั้น เราควรเลือกซื้อต้นที่เพาะจากเมล็ด จะแข็งแรงกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าจากจีน ฟอร์มสวยและโตในระดับหนึ่งแล้ว แม้ราคาสูงกว่า แต่เลี้ยงรอดแน่นอนค่ะ

ต้นมะลิต้นมะลิ

ต้นมะลิมะลิ ชื่อสามัญ : Arabian jasmineมะลิ มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนชื้น และกึ่งร้อนชื้นในเอเชีย และคาบสมุทรอาระเบีย เช่น อินเดีย ไทย มาเลเซีย เมียนมา เป็นต้น โดยพืชในสกุลนี้มีประมาณ 200 ชนิด ส่วนในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 45 ชนิด และสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ความเชื่อและความเป็นมงคล เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ด้วยความที่ดอกมะละมีสีขาวอันบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมเย็นไม่ว่าจะเป็นมะลิซ้อน หรือมะลิลา “ส่งเสริมสร้างสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป” นอกจากนั้น

ต้นสารภีต้นสารภี

ต้นสารภีชื่อสามัญ : Negkassar                สารภี จัดเป็นไม้ประจำถิ่นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีถิ่นกำเนิดในแถบต่างๆ ดังนี้ เช่น พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งในประเทศไทย จะพบได้ทั่วไปทุกภูมิภาค แต่ส่วนมาก จะขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบทางภาคเหนือ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้

ต้นหมากผู้หมากเมียต้นหมากผู้หมากเมีย

ต้นหมากผู้หมากเมียชื่อสามัญ : Cordyline , Ti plant , Dracaena Palm                    หมากผู้หมากเมียมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เพราะมีการผสมพันธุ์จนทำให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยากที่จะทราบว่า ต้นใดเป็นต้นพ่อต้นแม่ ส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ลูกผสมของ C.terminalis อย่างเช่น พันธุ์เพชรชมพู เพชรสายรุ้ง เพชรพนมรุ้ง รัศมีเพชร